ไม่ไหวแล้วครับ !!!

Advertisements

แม่ไก่ใจดี

    กาลครั้งหนึ่ง มีไก่ตัวเมีย 2 ตัว ทั้งสองได้มาเจอกันที่ตลาดสดโดยบังเอิญ

ไก่ตัวที่หนึ่ง “เธอมาทำอะไรที่นี่จ๊ะ”

ไก่ตัวที่สอง “ฉันมาขายทั้งตัว เธอล่ะมาทำอะไร”

ไก่ตัวที่หนึ่ง “ฉันก็เหมือนกัน”

ทั้งสองทักทายกันถูกคอ เหมือนเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน

ไก่ตัวที่หนึ่งเล่าว่า “เราเป็นไก่ที่มาจากสังคมเล็กๆหลังบ้านของคน เป็นครอบครัวที่อบอุ่นที่มีแม่และพี่น้องอีก 9 ตัว พวกเราหากินโดยการล่าแมลงและพืชเป็นอาหาร บางครั้งก็มีคนใจดีนำอาหารมาให้ ตอนนี้พวกเราก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว และได้แยกกันไปตามตลาดต่างๆ บางตัวหล่อ สวย ก็ได้เป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป บางตัวไม่สวยก็ถูกเจ้าของนำไปเป็นอาหารหรือถูกขายไป ส่วนเราไม่ได้ขนาดเลยมาอยู่ตลาดจนได้พบกับเธอไง”

ไก่ตัวที่สอง “เธอยังดีนะมีครอบครัวที่อบอุ่น”

ไก่ตัวที่หนึ่ง “ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ เธอก็ดูสมบูรณ์เหมือนมาจากบ้านคนรวยเลย”

ไก่ตัวที่สอง “ใช่” แล้วเธอก็เล่าชีวิตเธอให้ฟัง “ฉันมาจากฟาร์มขนาดใหญ่ อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหาร มีเพื่อนมากมาย แต่ที่น่าเศร้าคือ ทุกตัวเป็นเด็กกำพร้า เกิดมาไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่เลย พวกเราถูกเลี้ยงดูอย่างดีในที่สบายเพื่อให้โตเร็ว จึงทำให้เราต้องใช้ยาบ่อยๆเพราะอ่อนแอ เกิดมาวันแรกก็โดนเข็มเลย หลังจากนั้น 3 วัน ก็โดนจี้ปากให้สั้นลงเพื่อป้องกันการจิกกัน แล้วต้องกินยาอีก 2-3ครั้ง จนกว่าจะเป็นหนุ่มสาว คิดดูซิเธอว่าเราโชคดีหรือโชคร้ายล่ะ”

หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็ถูกขายออกไปจากตลาดสดแห่งนั้น

ณ บ้านหลังหนึ่ง หลังจากซื้อไก่สองตัวมาเพื่อจะทำเป็นอาหารเย็นและอาหารเช้าวันพรุ่ง

แม่ “พ่อเราจะทำตัวไหนก่อนดี”

พ่อ “ลองถามเจ้าไก่ดีไหมแม่”

แม่ “ดีเหมือนกัน” แล้วทั้งสองก็ถามไก่ว่า “เจ้าไก่เอ๋ย…ตัวไหนจะเป็นอาหารมื้อเย็นเราก่อนเย็น

ไก่บ้านส่งเสียงตอบ “เราก่อน เรามีเนื้อที่เเน่น อร่อย เป็นที่นิยมของคนทั่วไป”

ไก่ฟาร์มส่งเสียงตอบบ้าง “เราก่อน เรามีเนื้อนุ่มคล้ายแป้ง อร่อยเหมือนกัน”

นักเรียนช่วยเลือกให้พ่อแม่คู่นี้หน่อยนะค่ะว่าจะกินไก่ตัวไหนก่อน?

เด็กไม่เอาถ่าน

                                                                            

เด็กไม่เอาถ่าน คำนี้มีที่มาจากอะไร?

      เด็กที่วันๆ เอาแต่เล่นเกมส์ออนไลน์ ไม่อ่านหนังสือเรียน การบ้านก็ไม่ทำ งานบ้านก็ไม่เคยคิดจะหยิบจับช่วยเหลือพ่อแม่ ทานอาหารแล้วไม่รู้จักล้างจานชาม เหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างพฤติกรรมของ “เด็กไม่เอาถ่าน”

     ทำไมจึงเรียก “เด็กไม่เอาถ่าน” คาดกันว่าคำนี้มีที่มาจากคำเดิม คือ “เหล็กไม่เอาถ่าน” เพราะในสมัยก่อนนั้น การหลอมเหล็กหรือตีอาวุธจากเหล็กให้แข็งแกร่งนั้น จำเป็นต้องใช้ถ่านในการก่อเปลวไฟจนลุกโชน เพื่อให้ความร้อนแก่เหล็ก แล้วถ่านหรือคาร์บอนจะแทรกตัวเข้าไปอยู่ในเนื้อเหล็กหลังจากการถลุง ถ้าเหล็กไม่มีถ่านผสมอยู่เลย เหล็กนั้นจะมีคุณภาพต่ำ ไม่แข็งและเหนียวพอที่จะเรียกว่า เหล็กกล้า แต่หากมีมากเกินไปจะทำให้เหล็กเปราะ เหล็กที่ดีควรมีคาร์บอนเข้าไปผสมอยู่ประมาณ 0.1 – 1.8%

       ด้วยเหตุผลดังกล่าว ช่างตีอาวุธจากเหล็กในสมัยโบราณจึงจำเป็นต้องคิดค้นหากลวิธี เพื่อขจัดปัญหาดาบหัก เพราะแสดงถึงกรรมวิธีการผลิตที่ไม่ดีทำให้เหล็กไม่เอาถ่าน จนกลายเป็นคำพูดติดปาก เปรียบเทียบนิสัยคนกับอาวุธว่า “เหล็กไม่เอาถ่าน”

ขี้หมา & ขี้เมา

ขี้หมา &  ขี้เมา

        สมชายดวดเหล้าตั้งแต่หัวค่ำยันเช้า หลังจากนั้นก็เดินโซซัดโซเซกลับบ้าน ระหว่างทางเจอขี้หมากองใหญ่ แต่ด้วยความเมาและตาลายจึงเห็นเพียงลาง ๆ ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรแต่สมชายก็กระโดดข้ามไปได้ เดินต่อไปอีกสองสามก้าวก็หันกลับมามองอีก ว่ามันเป็นอะไรกันแน่ จึงก้มลงมองดูใกล้ ๆ พร้อมกับดมดู จมูกก็ไม่ค่อยดีเพราะเป็นหวัดรู้แต่ว่ากลิ่นคล้ายๆ …” เอ…ไรหว่าคุ้น ๆ จัง…สงสัยจริง ๆ ” ท่ามกลางกลิ่นไอแห่งความสงสัยสมชายจึงเอานิ้วจิ้มดูมันก็เละ ๆ คล้าย ๆ …” ซึ่งต้องพิสูจน์ ” สมชายรำพึงเบา ๆ เสียงอยู่ในลำคอ บทพิสูจน์สุดท้ายเพื่อคลายความสงสัยให้หายอึดอัด เขาจึงเอานิ้วจิ้มแล้วลองชิมดู พอขี้หมาแตะลิ้นถึงกับได้ร้องลั่นสนั่นซอย” ตรูว่าแล้ว…ว่ามันต้องเป็นขี้หมาแน่ ๆ ” ” ครายยว่าตรูมาวววฟร๊ะ ” ” ดีนะที่ไม่เหยียบมันเข้า…ไม่งั้นเลอะแน่ ๆ ” …ก๊ากกกกกก

ซี-ตุ๊ป-ซี-ตุ๊ป

           สวัสดีนะนักเรียน  นักเรียนทำการบ้านที่ครูมอบหมายให้เสร็จเรียบร้อยแล้วยัง  แล้วอย่าลืมอ่านหนังสือด้วยนะคะ  ครูมีนิทานมาฝากเรามาฟังนิทานพร้อมๆกันเลยนะคะ                                                                                                                                               

   …**…สมชายเพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่เครื่องหนึ่ง เล่นไปซักพัก ก็เจอปัญหา

สมชาย..เลยลองกดที่ HELP บนแป้น F1 ผ่านไปพักใหญ่… สมชายหงุดหงิดมากเลยโทรไปต่อว่า..ร้านที่เขาซื้อคอมมา

>> “ผมกด F1 ตามที่เครื่องบอก.. เวลาที่มีปัญหา แล้วก็รออยู่เป็นชั่วโมง.. ยังไม่เห็นมีใครมาช่วยเลย”

>> คนขาย : “(**…)” (!!)

วันรุ่งขึ้น….สมชายไปที่ร้านคอม

>> สมชาย : “เครื่องคอมพิวเตอร์คุณนี่ห่วยมากอีกแล้วนะ.. ผมเสียเงินซื้อไปตั้งเยอะมีแต่ปัญหาไม่รู้จบ..หนำซ้ำพอโทรมาสอบถามพนักงานงานขายของคุณ ก็ดันตอบไม่รู้เรื่อง”

>> ผู้จัดการ : “มีปัญหาอะไรให้ดิฉันรับใช้ได้คะ” (เสียงสั่นเครือมากด้วยอาการที่หวาดกลัวจะถูกลูกค้าด่ากลับ)

>> สมชาย : ก็หน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณน่ะ รายงานผลว่า “ซีตุ๊ป-ซีตุ๊ป”

>> ผู้จัดการ : เธอก็ไม่รู้ว่าไอ้ซีตุ๊ป-ซีตุ๊ปเนี่ยมันคืออะไร (ช่วงนั้นก็น้ำตาเกือบไหล เพราะกะว่าถ้าตอบปัญหาลูกค้าไม่ได้ต้องถูกไล่ออกแน่เลยตู จนกระทั่ง…..)

>> ผู้จัดการ : คุณลองสะกดคำว่า “ซีตุ๊ป-ซีตุ๊ป” หน่อยสิคะ ว่าสะกดอย่างไร

>> สมชาย : S – E – T – U – P – S – E – T – U – P

>> ผู้จัดการ : คุณนี่ สุดยอด จริง ๆ อ่านได้งัย ซีตุ๊ป–ซีตุ๊ป (!!)

ขำขันคลายเครียด

สวัสดีคะ…… นักเรียนทำการบ้านแล้วนะ  เรามาฟังนิทานขำขันคลายเครียดกันดีกว่า

ในห้องเรียนชั้นประถมแห่งหนึ่ง ในภาคใต้

ครูมาลี เห็นนักเรียนทรงเดช เกเร ไม่ค่อยตั้งใจเรียน

จึงต้องการทดสอบความรู้ของทรงเดชเสียหน่อย

ครูมาลี จึงถาม นักเรียนทรงเดช ว่า…..

ทรงเดชตอบครูซิว่า หากเธอนำเรือออกทะเล

มีพายุพัดเข้ามา 1 ลูก เธอจะทำอย่างไร?

ทรงเดช : อ๋อ ก็เอาสมอลงน่ะสิครับ คุณครู

ครูมาลี : แล้วถ้ามีพายุอีกลูกหนึ่งพัดเข้ามาล่ะ

ทรงเดช : ผมก็เอาสมออีกอันลงสิครับ ไม่ยาก

ครูมาลี : และถ้ามีพายุอีกลูกหนึ่งพัดเข้ามาอีกด้านหนึ่งล่ะเธอจะทำยังงัยต่อ

ทรงเดช : ผมก็เอาสมอลงอีกอันน่ะสิครับ เรือจะได้มั่นคงงัยครับ

ครูมาลี: เธอจะบ้าเหรอ ทรงเดช

เรือที่ไหนจะมีสมอ ตั้งสองสามอัน ตอบให้มีเหตุผลหน่อยสิ

ทรงเดช :แหม คุณครูครับ แล้วพายุบ้าที่ไหนล่ะครับจะพัดเข้ามาทีละสองสามลูก

ครูมาลี ??? 

                          

*************************************************

ครูมีของมาฝาก  ช่วยดูหน่อยนะใครจะเหนื่อยกว่ากัน  อ่านหนังสือด้วยนะ