ส.ค.ส. ๒๕๕๖ จากลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา

25551211-105933.jpg

25551211-105947.jpg

25551211-162648.jpg

คำไวพจน์

คำไวพจน์คือคำที่มีความหมายอย่างเดียวกันหรือคำที่พ้องความหมายนั่นเอง

พระพุทธเจ้า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า พระบรมศาสดาจารย์ พระโลกุตมาจารย์
กระสรรเพชร พระสุคต พระโลกนาถ พระมหามุนินทร์ พระชินวร พระชินสีห์
พระนรสีห์ พระสัพพัญญู พระบรมครู พระธรรมสามัสร์ พระศากยมุณี พระจอมไตร
พระทศญาณ พระทศพลญาณ พระพิชิตมาร พระสมณโคดม พระมหาสมณะ

พระเจ้าแผ่นดิน
กษัตริย์ ขัตติยะ เจ้าชีวิต บพิตร ปิ่นเกล้า ผ่านเผ้า พระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ภูบาล ภูบดี ภูธร ภูธเรศร์ ไท ไท้ นรินทร์ นเรนทร์ นโรดม
เจษฎา ฤาสาย วิภู ราช ราชัน ราชินทร์ ราเชนทร์ ทรงธรรม ชนินทร์ ธเรศ
จักรพรรดิ์ ทรงภพ นเรศวร นเรศูร นเรนทรสูร มหิธร มหิบาล มเหศวร ธรณิศ
ภูเบศ ภูมี ภูวนาถ ภูวเนตร ภูวไนย ภูวดล ภูมิบาล ธรณิศ ธรณิศร ธรณิศวร์
ธรณินทร์ มนุษยเทพ ภูมีศวร ภูมินทร์ ภูมิบดี อธิราช จักรี จักริน นาราธิป อธิป
นฤบาล นฤนารถ นฤเบศร์ นฤบดี นฤบดินทร์ มหิดล นโรดม มหิศวร ราชา
ราชาธิราช สมมติเทวราช อดิศร นริศ นราธิเบศร์ อดิศวร

ใจ
กมล แด ทรวง ทรวงใน มโน มน มาน รติ ฤทัย ฤดี หฤทัย อก อุระ

คำเปรียบเทียบ
กล คล้าย ครุวนา เฉก ฉัน เช่น ดั่ง ดุจ เทียบ เที้ยน เทียม ประดุจ ประเล่ห์
ประหนึ่ง พ่าง เพี้ยง เหมือน ราว ราวกับ เล่ห์ เสมือน อุปมา อย่าง ปาน เปรียบด้วย

นักปราชญ์
กวี โกวิท โกศล ธีร ธีมา เธียร บัณฑิต ปัญวา ปราชญ์ ปริญญา เปรียญ
พยัตตะ มนู มุนี มุนินทร์ เมธี เมธาวี วิทุร สุธี

ผู้หญิง
กนิษฐ์ กนิษฐา กระลาพิน กระลาศรี กัญญา กันยา กัลยาณี กานดา กามินี เกน
กลอยใจ แก้วตา ขนิษฐา ดรุณี ดวงสมร ถี นง นงคราญ นงราม นงนุช นงนาฏ
นงเยาว์ นงลักษณ์ นงโพธ นงพาล นงพะงา นรี นารี นฤมล นาเรศ นิรมล นุช
เนียง แน่ง แน่งน้อย บังอร โผอน พธู พนิดา พะงา พังงา ภคินี ภาคินี
มาณวิกา มารศรี ยอดสร้อย ยาหยี ยุพยง ยุพเรศ ยุพดี ยุพา ยุพาน
ยุพิน ยุพาพาล ยุพาพิน ยุวดี เยาวมาลย์ เยาวเรศ เยาว์ลักษณ์ เยาวพา รมณี
ร้อยชั่ง วธู วนิดา วรดนู วรางคณา วิมล ศรี สดี สตี สตรี สมร สะคราญ
สายสมร สายสวาท สุดา เสาวภาคย์ สุนทรี อนงค์ อร อรไท อ่อนไท อ่อนไท้
อรนุช อังคณา อัมพา อิตถี อิสัตรี

ดอกไม้
กรรณิกา กุสุม โกสุม กุสุมาลย์ จราว จาว บุปผ บุปผา บุปผชาติ บุษบะ บุษบา
บุษบง บุษบัน บุหงัน บุหงา ผกา พบู พเยีย พวงมาลา มาลย์ มาลัย มาลา
มาลี สุมน สุมนา สุมาลี สุคันธชาติ สะบู ปสพ พันลอก กะบัง

ท้องฟ้า
คคนัมพร คคนางค์ คคนานต์ ทิฆัมพร นภ นภดล นภมณฑล นภา นภาลัย โพยม
โพยมาน เวหะ เวหา เวหาส เวหน เวหายส หาว อฆ อนิลบถ อัมพร ดาราบถ

น้ำ
กระสินธ์ กาสาร กุนที เกียน คงคา จาว ชทึง ฉทึง ชรทึง ชร ชล ชลชาติ
ชลธาร ชลธี ชลธิศ ชลาธาร ชลัมพุ ชลาลัย ชลาศัย ชเล ชโลทร โดย โตย ตระพัง
ตะพัง กระพัง ทก ธาร ธารา นที มหรณพ มหรรณพ ยมนา รหัท ละหาน
วหา วาปี วริ สาริน วารี วาหินี ศิรา สมุทร สริต สลิล สาคร สาคเรศ สินธุ
โสทก อรรณพ อุมพุ อุทก อุทกธาร อุทกธารา โอฆชล เนียร

พระจันทร์
แข โค จันทร์ จันทร จันทรพิมพ์ จันทรมณฑล เดือน ตโมนุท ตโมทร แถง
โทษากร โทษรมณ์ นิศากร นิศานาถ นิศาบดี นิศามณี นิศารัตน์ บุหลัน ปักษาธร
พิธุ มา มาส รชนีกร รัชนีกร วิธู ศศธร ศศพินทุ ศศลักษณ์ ศศิ ศศิน ศศี
ศศิธร ศศิมณฑล สวรรคบดี สุมา โสม อินทุ อุทุราชา สุมะ รัตติกร กลา กลาพิมพ์
กลาแถง มนทกานติ พิธุ สิตางศุ์

พระอาทิตย์
ตโมนุท ตะวัน ไถง ทินกร ทิพากร ทิวากร ประภากร พันแสง ภากร ภาณุ
ภาณุมาศ ภาสกร รพิ รพี รวิ รวี รังสิมันต์ รังสิมา รำไพ วรุณ สหัสรังสี สุริยะ
สุริยากร สุริยง สุริยา สุริเยนทร์ สุริเยศ สุริโย สุริยน สุริยัน สูร สูรยะ อักกะ
อังศุธร อังศุมาลี อาภากร อุษณรัศมี อุษณรูจี อุษณกร

เมือง
ธานิน ธานี ธานินทร์ นคร นครินทร์ นคเรศ บุระ ปุร บุรินทร์ บุรี บูรี ประเทศ
พารา กรุงไกร สรุก

โลก
โกกุ ฉมา ด้าว ธรณี ธรา ธราดล ธริษตรี ธาษตรี ธาตรี ปฐพี ปฐวี ปถพี
ปัถพี ปัถวี ผงอน ผไท ไผทโกรม พสุธา พสุธาดล พสุนธรา พสุมดี พิภพ ภพ
ภู ภูดล ภูมิ ภูริ ภูวะ ภูวดล ภูวนะ มหิ มหิดล เมทนี เมทินี นิมา โลกธาตุ
โลกย โลกัย วสุธา วสุนธรา วสุมดี หล้า อจลา อุรพี โกษ

นก
เขจร ทวิช บุหรง ปักษา ปักษี สกุณ สกุณี สุโนก ศาพก โศลาฏ วิหค วิหงค์
ทวิชาติ ทิช ทิชากร ปักษิณ พิหเคนทร์ ปักษวาหน ปักษคม พิหค

ช้าง
คชินทร์ คเชนทร์ หัสดี ดำรี ดำไร ดมไร ทนดี หัสดี หัสดินทร์ กรี กรินทร์
กเรนทร์ กุญชร คช คชา คชาธาร โคบุตร พลาย พัง นาค นาคินทร์ นาเคนทร์
มาตงค์ นรการ สาร หัตถี หัสดินทร์ ไอยรา ไอยราพต คชสาร สาง นาคศวร
ทันตี ทันติน พารณ พารณะ วารณ หัตถินี กรินี พังคา นาเคศ

ม้า
ตุรงค์ ตุรคะ มโนมัย สินธพ แสะ หัย อาชา อาชาไนย อัสสะ อัศวะ อัศวิน
อัสดร พาชี ดุรค ดุรงค์ ดุรงคี

เสือ
ขาล ตะโก ทวีปี พยัคฆ์ พยัคฆา พยัคฆี พยัคฆิน อชินี พาฬ ศารทูล ขลา

วัว
วสภ พฤษภ พลิพัท ฤษภ วัตสดร อุสภ อุสุภ คาวี เคา ฉลู

ควาย
มหิงส์ มหิษ ลุลาย กาสร กระบือ มหิงสา

ลิง
ทุโมน พลีมุข ชรโมล วานร พานร วานรินทร์ พานรินทร์ พานเรศ กระบี่ กบินทร์
กเบนทร์ กบิล มักฏะ วอก สวา ปลวังค (อ่านปะละวังคะ)

สวรรค์
สรวง สันรวง สุคติ สุรบถ สุราลัย สุรโลก สัค สัคคะ ไกวัล ไกพัล ทิพ ไตรทิพ
จาตุมหาราชิก ดางดึงส์ ยามะ ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี วยัมหะ โสฬส
กระยาหงัน ลางงิด ไทวะ สุขาวดี ศักรภพน์

พระนารายณ์
พระวิษณุ ตรีโลเกศ จัตุรภุช จักรปราณี สังขกร หริ หริรักษ์ พระทรงครุธ พระทรงสุบรรณ
พระทรงสังข์ รามราช วาสุเทพ พระกฤษณ์ วิณหุ

พระอินทร์
มัฆวา มัฆวาน มฆวัน ตรีเนตร มหินท์ มเหนท์ วชิร วิชราวุธ วชิรปราณี
วชิรหัตถ์ วัชรี วัชรินทร์ วัชรเรนทร์ วาสพ ศักร ศักรินทร์ ศักเรนทร์ สักกะ
สุชัมบดี สุรบดี สหัสนัยน์ สหัสเนตร สุรินทร์ สุเรนทร์ โกสีย์ โกสินทร์ อมรบดี
อมรราช อมรินทร์ อมเรศ เทพบดี เพชรายุธ พันตา พันเนตร วัชรพาหะ

พระอิศวร
ศุลี ศูลี ศูลิน ศังกร ปรเมศวร์ สยมภู จอมไตร ศิวะ มหาเทพ เทพาธิบดี
ตรีโลกนารถ ตรีโลจน์ มเหศ มเหศวร ภูตบดี ภูเตศวร ธราธร ธราธาร พระทรงโค
หร (อ่าน หะระ)

พระพรหม
ธาดา จัตรุพักตร์ ปรเมษฐ์ ประชานาถ กมลาสน์ กมเลศ กัมลาศ สหัมบดี สุรเชษฐ์
หงสรถ กำมลาศน์ ขุนแผน พระทรงหงส์

เทวดา
เทพ เทว เทวัญ เทเวศร์ เทพบุตร เทพยดา เทพยุดา เทพาดิเทพ เทวินทร์
เทพินทร์ สุรารักษ์ อดิเทพ สุร อมร อมรา อำมร แมน สุธาสินี สุธาสี
อสัญแดหวา แถน มรุ นิรชร (อ่านนิระชอน)

นางฟ้า
เทวี เทพธิดา สุรางค์ สุรางคนางค์ สุรางคนา รัมภา อัปสร อัจฉรา นิรชรา

ยักษ์
ยักษา ยักษี ยักษิณี ยักข์ ยักขินี รักขสะ รากษส รากโษส อสุร อสูร อสุรา
อสุรินทร์ อสุรี อสุเรนทร์ อสุเรศ ราพณ์ ราพณาสูร รามสูร แทตย์ กุมภัณฑ์

ทองคำ
โสม เหม จารุ อุไร กาญจน กาญจนา สุพรรณ สุวรรณ สุวรรณา สุวรรณี
จามีกร หิรัณย์ หาดก หาตก มาศ ริน ชาตรูป ชมพูนุท ชามพูนุท กนก ไร สิงคี
โสณ มหาธาตุ

เงิน
หิรัญ ไหรณ ปรัก รชตะ สัชฌะ สัชฌุ งึน เงือน

ดอกบัว
บุณฑริก ปทุม สัตตบุษย์ บุษบัน นิลุบล นิลปัทม์ จงกล ประวาลปัทม์ สัตตบงกช
โกมุท โกกนุท ไกรพ บุษกร ปัทม ปัทมา อินทีวร อัมพุช บงกช อรพินท์
สัตตบรรณ อุบล จงกลนี กมล โกเมศ โกมล กรกช สโรช สาโรช นลิน นลินี
กช กมุท กระมุช วาริช ชาตบุษย์ ตาราไต วารีช ลินจง โบกขร สฤก อุปบล
นีรช (อ่าน นีระชะ)

ป่า
อรัญ อารัญ อารัณย์ อรัณย์ อรัญญิก ชระงม วนวัน พนา พนาวัน พนาลี
พนาลัย พนาวา พนาเวศน์ พนาราม พนาดร พนันดร พนัส พนัสบดี พนาสณฑ์
พนาสัณฑ์ ไพรสณฑ์ ไพรสัณฑ์ พงไพร พงพี ไพรศรี พนาศรี ไพรวัณ ไพรระหง
พนอง เถื่อน กานน ครึมครุ ดงดาน ชัฏ อฏวี (อ่าน อะตะวี)

ภูเขา
พนม พนอม ภู ภูผา คิริ คีรี กันทรากร บรรพต บรรพตา บรรพตชาล
บรรพตมาลา มหิธร มเหยงค์ ศิขร ศิขริน ศิขรี ศิงขร ศิงขริน ไศล สิขรี สิขเรศ
สิงขร สิงค์ เสล เสสา

ปลา
มีน มัจฉะ มัจฉา มัจฉาชาติ มัตสยะ มัตสยา มัศยา วาริช วลัช นีรจร กะรัง

กลางคืน

รัต, ราตรี, รัชนี, ราตร, นิศา, รัตติกาล, อันธิกา, อนธการ

 

ต้นไม้ดอกสีทองและแพะอัปลักษณ์

แดง
rro79

ชายชาวสวนคนหนึ่งมีอาชีพปลูกไม้ดอกไม้ประดับ วันหนึ่ง ชาวสวนผู้นี้สังเกตเห็นแสงกะพริบมาจากต้นไม้ต้นหนึ่งที่เขาเพาะไว้ในกระถาง จึงเดินเข้าไปดู แล้วก็ต้องร้องด้วยความประหลาดใจ เมื่อพบว่าต้นไม้ที่อยู่ในกระถางนั้นออกดอกเป็นสีทองอร่ามสวยงามยิ่งนัก หลังจากนิ่งคิดด้วยความตกตะลึงอยู่พักใหญ่ ชายชาวสวนก็คิดไว้ว่า บางทีต้นไม้ต้นนี้อาจจะกลายพันธุ์ จึงทำให้ออกดอกเป็นสีทองผิดจากต้นไม้ต้นอื่นซึ่งเป็นพันธุ์เดียวกัน

“ดีแล้ว” ชายชาวสวนร้อง เพราะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เราจะเอาต้นไม้ดอกสีทองต้นนี้ไปมอบให้เจ้าเมืองของเรา ในฐานะที่ท่านเป็นคนดี และดูแลชาวสวนอย่างเราด้วยดีมาโดยตลอด และเมื่อท่านได้เห็นต้นไม้ต้นนี้ ท่านจะยิ่งพอใจ หากสวนดอกไม้ของเรามีปัญหาอันใดในภายหลัง เราจะได้เข้าไปคุยกับท่านได้สะดวกยิ่งขึ้น” ว่าแล้วชายชาวสวนก็จัดแจงแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย และยกกระถางต้นไม้ดอกสีทองขึ้นวางบนศีรษะ ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปอย่างอารมณ์ดี ระหว่างทางไปบ้านท่านเจ้าเมืองนั้น ชายชาวสวนได้พบเพื่อนบ้านคนหนึ่งเดินแบกลูกแพะไว้บนหลังผ่านมาพอดี จึงหยุดพูดคุยกัน เพื่อนบ้านถามขึ้นก่อนว่า “นั่นท่านจะเอาต้นไม้ไปไหน และเหตุใดต้องทูนไว้บนศีรษะ” ชายชาวสวนตอบว่า “อ้อ พอดีต้นไม้นี้ออกดอกงามเหลือหลาย ข้าจึงจะนำไปให้ท่านเจ้าเมือง ที่ต้องทูนไว้ ก็เพราะเป็นของขวัญมีค่า จะให้อุ้มหรือลากไปก็เกรงว่าจะไม่เหมาะ” แล้วชายชาวสวนก็ถามเพื่อนบ้านกลับว่า “แล้วท่านจะไปไหน เหตุใดต้องแบกลูกแพะไว้บนหลังด้วยเล่า ไยไม่ให้มันเดินเอง” เพื่อนบ้านตอบว่า “ข้าไปเยี่ยมแม่มา แม่ข้าก็เลยให้ลูกแพะหน้าตาอัปลักษณ์ตัวนี้แก่ข้า เพราะหน้าตามันแปลก พอพวกเด็กๆ เห็นก็จะเอาก้อนหินขว้างใส่มัน ข้าสงสารก็เลยต้องแบกมันไว้อย่างนี้จนกว่าจะถึงบ้าน” ชายชาวสวนมองหน้าลูกแพะก็เห็นว่าหน้าตาของมันอัปลักษณ์เอาเรื่องอยู่ จากนั้นทั้งสองคนก็ชวนกันคุยเรื่องสัพเพเหระอยู่เป็นเวลานาน โดยไม่วางกระถางต้นไม้ที่ทูนอยู่บนศีรษะ และแพะที่แบกอยู่บนหลังแต่อย่างใด เมื่อหมดเรื่องคุยแล้ว ทั้งสองจึงกล่าวลา และแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง ชายชาวสวนมุ่งหน้าไปยังบ้านของท่านเจ้าเมืองโดยไม่แวะที่ใดอีก ครั้นมาถึงหน้าบ้าน ได้พบคนเฝ้าประตู จึงแจ้งความประสงค์ไปว่า “ข้ามาพบท่านเจ้าเมืองเพื่อมอบต้นไม้ที่ออกดอกสีทองแก่ท่าน” คนเฝ้าประตูซึ่งเป็นชายฉกรรจ์สองคนมองหน้ากันแล้วหัวเราะอย่างขบขัน “ดูให้ดีๆ เสียก่อนเจ้า” คนเฝ้าประตูคนหนึ่งพูดขึ้น “ดอกไม้สีทองอะไรที่ไหน ข้าไม่เห็นจะมี มีแต่ต้นไม้โกร๋นๆ ต้นหนึ่งอยู่บนหัวของเจ้าเท่านั้น” ชายชาวสวนฟังแล้วตกใจมาก รีบยกกระถางต้นไม้ลงมาดู และพบว่า เป็นไปตามที่คนเฝ้าประตูพูดเอาไว้จริงๆ ต้นไม้ของเขาเหลือเพียงกิ่ง และก้านสีน้ำตาลธรรมดาๆ ไม่มีดอกไม้สีทอง หรือแม้กระทั่งใบสักใบหลงเหลืออยู่เลย “ต้องเป็นตอนที่เราหยุดคุยกับเพื่อนบ้านของเราแน่ๆ เพราะไม่ทันระวังเจ้าแพะอัปลักษณ์ก็เลยกินดอกไม้สีทองจากต้นไม้ของเราจนหมด…โธ๋เอ๋ย ไม่น่าหยุดคุยนานเลยเรา” ชายชาวสวนรู้สึกเศร้าใจมากที่ไม่ได้พบท่านเจ้าเมือง และมอบของให้ท่านตามที่ตั้งใจไว้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ นอกจากจะนำกระถางต้นไม้ที่ไม่มีดอกเดินกลับบ้านไปด้วยความผิดหวัง

บทสรุปของผู้แต่ง

เรื่องนี้มีนัยยิ่งใหญ่เกี่ยวกับการเดินทางในช่วงชีวิตของคนเรา คือว่า เมื่อเราเกิดมา และมีชีวิตที่ต้องดำเนิน การเดินทางในเส้นทางแห่งชีวิตของเราก็จะเริ่มต้นทันที ระหว่างนั้นเราจะได้พบเจออะไรมากมายทั้งดี และไม่ดี ถ้าพบเรื่องดี ชีวิตก็จะมีแต่สิ่งดีๆ ผ่านเข้ามา แต่หากหยุดแวะและทักทายกับความไม่ดี ชีวิตก็จะพบแต่เรื่องแย่ๆ คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าแย่แค่ไหน เพราะที่บางคนเจอนั้น แค่หลงผิดวูบเดียวก็ทำให้ทั้งชีวิตพังภินทร์ได้แล้ว

การคบเพื่อนเป็นหนึ่งในเรื่องที่ต้องเจอในระหว่างการเดินทางไปตามเส้นทางสายชีวิต ถ้าเธอได้พบเพื่อนดีๆ เพื่อนดีๆ จะชี้เส้นทางไปสู่ความสุข ซึ่งเป็นจุดหมายในชีวิตให้แก่เรา แต่ถ้าคบเพื่อนไม่ดี การเดินทางก็กวัดแกว่ง หาจุดหมายในชีวิตไม่ได้ สุดท้ายชีวิตก็จะเสียหาย และไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ก็เหมือนกับลูกแพะอัปลักษณ์ในเรื่องนี้ที่กินดอกไม้สีทองของชาวสวนจนหมดต้นโดยที่เขาไม่ทันได้รู้ตัวนั่นแหละ

ขอขอบคุณสำนักพิมพ์ฟรีมายด์ ที่เอื้อเฟื้อนิทานสอนใจดีๆ ในชุดหนังสือนิทานสีขาวของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ

ข้อมูลโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
rro79

ประเทศไทย ดินแดนแห่งโอกาส

ssa20

เพลงราชาแห่งราชัน


ssa20

ผู้ปิดทองหลังพระ


rro56

บอกรัก…แบบอาเซี่ยน

ขอบคุณภาพสวยจาก  http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=jiujik&group=35